นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 มีรายได้จากการขายและให้บริการ 702 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 131 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก

                จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 เป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.41 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 98.16% และ Dividend Yield ที่ 6.16%  (ณ ราคาปิด 19 ก.พ. 69)  โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

                สำหรับแผนงานในปี 2569 SAFE มั่นใจจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากภาครัฐที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ และร่างกฎหมายสำคัญที่กำลังรออนุมัติ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายอุ้มบุญที่เปิดโอกาสการสร้างครอบครัวอย่างเท่าเทียมในกลุ่ม LGBTQ+ ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัท ผลักดันให้รายได้การให้บริการการรักษาผู้มีบุตรยากให้ให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด

                ขณะที่แผนการตลาด บริษัทลุยออกแคมเปญจัดโปรโมชันต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดสร้างแรงจูงใจการใช้บริการให้มากขึ้น ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุดจัดแคมเปญเดือนแห่งความรักกับ Gift Voucher แพ็คเกจตรวจสุขภาพคู่รัก "Premarital Health Screening for couple" ของขวัญวาเลนไทน์สุด Exclusive ที่จะเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความมั่นคง เพื่อคนรัก หรือส่งต่อความปรารถนาดีเป็นของขวัญแต่งงาน รายการตรวจรวม 20+ รายการต่อคู่ สามารถใช้บริการได้ที่ SAFE Fertility Clinic ทุกสาขา โปรโมชันเฉพาะเดือนแห่งความรัก  1-28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ สอบถามรายการตรวจเพิ่มเติมได้ที่ Line @safefertilitygroup  หรือ โทร +66 811021000

                นอกจากนี้ ในปีนี้เตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมที่โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร พร้อมมองหาพันธมิตรโรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อขยายการเปิดห้องปฏิบัติการให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทจะสามารถเติบโตกว่าปีก่อนจากปัจจัยบวกภายในประเทศ และแผนธุรกิจที่มีแนวเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

*******************************