ดร.ชเนศวร์  แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/69 แนวโน้มยังดี โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการย้ายเครื่องจักรเข้าโครงการขนาดใหญ่ เพื่อทยอยเริ่มงานในส่วนการใช้กำลังการผลิต คาดว่าจำนวนเครื่องจักรในช่วงไตรมาส 2/69 จะอยู่ที่ 18-20 ชุด และอาจจะยืนเหนือระดับ 20 ชุดขึ้นไปในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้  โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) แข็งแกร่งอยู่ที่ 1,753.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจางานใหม่เพิ่มเติม ซึ่งมีโอกาสจะผลักดันให้ Backlog แตะระดับ 2,000 ล้านบาทในเร็วๆ นี้

                "ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ท้าทาย แต่ก็เป็นปีที่ดีของ PYLON ต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากภาพรวมปีนี้เชื่อว่ายังเห็นการเติบโตที่ดี คาดว่าแนวโน้มการเติบโตของรายได้จะอยู่ที่ 10-15%"

                สำหรับผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไรสุทธิ 77.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 324.5% โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 15.7%  เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.1% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 491.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 63.6% โดยมีการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ทั้งโครงการภาคเอกชนที่เป็น Mixed-Use, โรงพยาบาล, Data Center, โรงแรม ฯลฯ และโครงการภาครัฐ ซึ่งได้แก่ งานรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะที่สัดส่วนรายได้จากงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 1/69 สัดส่วนรายได้งานกำแพงกันดินและงานเสาเข็มเจาะแบบกลม อยู่ที่ 47% และ 53%

                ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทยังคงมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดย D/E เพียง 0.39 เท่า Current Ratio ที่ 3.43 เท่า มีเงินฝากและกองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 659 ล้านบาท เทียบกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยเพียง 111.1 ล้านบาท สะท้อนนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

                "ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าประทับใจ ทั้งรายได้และกำไร สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นจุดสูงสุดรอบกว่า 6 ปีหลังสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ การมี Backlog ที่ Secure แล้วในระดับสูง และมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในปี 2569"

                อย่างไรก๋ตาม จากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบหลักบางรายการปรับตัวสูงขึ้น บริษัทได้มีการทบทวน และปรับประมาณการต้นทุนให้สอดคล้องกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และสะท้อนอยู่ในผลประกอบการของไตรมาส 1/69 แล้ว

*****************************