นายสุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยว่า บริษัทได้เซ็นสัญญาความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกับ บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS ในการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ โครงการแนวราบทำเลทอง ศรีนครินทร์-เทพารักษ์ มูลค่า 1,340 ล้านบาท นำร่องเฟสแรก 38 หลัง มูลค่า 152 ล้านบาท  ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ในการบริหารงานขายเชิงรุกระหว่างการบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ยุคปัจจุบันโดยการรับประกันยอดขายนี้ จะช่วยสร้าความมั่นใจสูงสุด พร้อมทั้งลดความเสี่ยงทางการเงินและการตลาดให้กับทาง BLESS ได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งยังสามารถการันตีกระแสเงินสดหมุนเวียน และการรับรู้รายได้ที่แน่นอนของโครงการ ส่งผลดีต่อเสถียรภาพการดำเนินงานและสร้างความเชื่อมั่นอย่างมีนัยสำคัญกับพาร์ทเนอร์ว่าจะได้รับมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพสูงสุดภายใต้การบริหารจัดการที่มั่นคง

                สำหรับการเซ็นสัญญาครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ที่แน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ MMM ได้ร่วมงานกับ BLESS มาแล้ว 1 โครงการและสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นอย่างเป็นรูปธรรม สร้างยอดขายเชิงรุกจนได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดจากผู้บริหารของ BLESS นำมาสู่การมอบหมายให้ MMM เข้ามาบริหารจัดการในโครงการขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเปรียบเสมือนโมเดลต้นแบบในการขยายผลไปสู่การพัฒนาโครงการอื่นๆ ของ BLESS และพันธมิตรรายใหญ่รายอื่นในอนาคตเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

                ทั้งนี้ MMM ประเมินว่า บนทำเลศรีนครินทร์-เทพารักษ์ เป็นหนึ่งในทำเลแนวราบที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเชื่อมต่อสมุทรปราการ โดยได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) เต็มรูปแบบ ซึ่งสถานีปลายทางเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมบริเวณเทพารักษ์ ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งเอื้อต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว

                "โครงการนี้พุ่งเป้าไปที่ 2 กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีดีมานด์แท้จริง (Real Demand) ได้แก่ กลุ่มคนทำงานและบุคลากรในทำเลศักยภาพรอบด้าน อาทิ โซนบางนา, ศรีนครินทร์, สมุทรปราการ รวมถึงกลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการและผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรมบางปูและนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซึ่งต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงาน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และกลุ่มครอบครัวขยาย (Expanding Families) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เคยอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือทาวน์เฮาส์หลังเก่าแต่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น มีจำนวนห้องนอนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับสมาชิกและต้องการพื้นที่จอดรถที่กว้างขวางและปลอดภัยยิ่งขึ้น"

                อย่างไรก็ตาม จากศักยภาพในด้านของทำเล ความเชี่ยวชาญในการเจาะกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ และกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทกล้าการันตีปิดดีลการขายโครงการในเฟสแรก ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มเข้าบริหารจัดการและพร้อมรับรู้รายได้เข้า MMM ทันที ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวจะหนุนยอดรับรู้รายได้ค่านายหน้าบริหารงานขายของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามแผนงานปี 2569 ที่วางไว้ 

***************************