นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงวดปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,328.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 8.8 ล้านบาท แต่หากนับเฉพาะงบเดี่ยวของบริษัท จะมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ 40.3 ล้านบาท

                "ยอดขายและผลกำไรที่ลดลงเนื่องจากสงครามการค้าและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราภาษีนำเข้าของประเทศสหรัฐฯ ทำให้ปริมาณการส่งออกและนำเข้าทั่วโลกในปี 2568 มีความผันผวน และทำให้บริษัทและบริษัทในกลุ่มสูญเสียรายได้จากการขนส่งสินค้า e-Commerce ไปยังประเทศอเมริกา และยังมีสาเหตุมาจากการลดลงของ EBITDA ของบริษัท อันเป็นผลจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาและต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนของบริษัทในธุรกิจ Self Storage และ LEO Coldbotic ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของบริษัท ซึ่งรวมแล้วมีมูลค่าเท่ากับ 60.7ล้านบาท และทำให้ EBITDA ของบริษัทในปี 2568 ลดลงจากปี 2567"

                อย่างไรก็ตาม ส่วนการให้บริการโลจิสติกส์อื่นๆ ได้แก่ การขนส่งทางรถในประเทศมีจำนวนเที่ยวเพิ่มขึ้น และการให้บริการเป็นตัวแทนการดำเนินพิธีการศุลกาก ที่มีปริมาณการให้บริการเพิ่มขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 21%  เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 2568 กับปี 2567

                ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีการเติบโตทางรายได้จากธุรกิจ Non-Freight และ Non-Logistics อย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามเป้าหมายในการขยายรายได้จากธุรกิจใหม่ ซึ่งจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้น และลดความผันผวนจากธุรกิจ Freight โดยเฉพาะรายได้จากการขนส่งทางรางที่บริษัทในกลุ่ม ได้แก่ บริษัท LaneXang Express และบริษัท Sritrang Leo Multimodal Logistics มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2568 มีรายได้จากการขนส่งสินค้าทางรางรวมเป็นเงินประมาณ 258 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีรายได้ 165  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 56%

                นอกจากนี้ บริษัท YJC Depot Services (YJCD)  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ สามารถหาลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ โดยรายได้ในปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 82% เมื่อเทียบกับปี 2567 และในไตรมาส 1/69 บริษัท YJCD ก็ยังมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามาเซ็นสัญญาเพิ่มเติม ส่วนของธุรกิจ LEO Coldbotic ซึ่งเป็นศูนย์จัดเก็บและกระจายสินค้าอัจฉริยะสำหรับไวน์ก็มีลูกค้ารายใหม่เซ็นสัญญาเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4/68 และจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569

                สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทเดินหน้ายุทธศาสตร์การเติบโต 3 ด้าน 6 มิติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 36 ปีของการดำเนินธุรกิจของ LEO ในปี 2569 นี้ รวมถึงการผลักดันแผนการสร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตของธุรกิจตามแผนงาน Jump+ เพื่อสร้างการเติบโต EBITDA ของบริษัทขึ้น 45% หรือ 50-55 ล้านบาทภายในปี 2571 และเป็นการเติบโตที่ให้ความสำคัญในเรื่อง Profitability, Efficiency, Stability ควบคู่กับความมีธรรมาภิบาล การดูสิ่งแวดล้อมและสังคม

                จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลของปี 2568 จากผลประกอบการที่เป็นงบเดี่ยวของบริษัทให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท เป็นจำนวนเงินรวม 18.9 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 6 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 8 พฤษภาคม 2569

********************************