นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในระยะนี้มีแนวโน้มผันผวน ระดับสูง พร้อมแนะจับตา 2 ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกำหนดทิศทางราคา อาทิ ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน และการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย รวมทั้งการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นดัชนีชี้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ระงับแผนโจมตีอิหร่าน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ ล่าสุดสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งความคืบหน้าดังกล่าวช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น
"ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามองในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมัน1 ใน 5 ของโลก หากการเจรจาประสบความสำเร็จ และเปิดการเดินเรือได้เต็มรูปแบบ จะช่วยคลายแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อลง อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านยังไม่ตอบรับเงื่อนไข ทำให้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและพร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา"
ขณะเดียวกัน สิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาคือการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ โดยตลาดคาดการณ์ว่า เดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้นราว 85,000 ตำแหน่งจาก 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2569 ส่วนอัตราว่างงานมีแนวโน้มทรงตัวที่ 4.2% ทั้งนี้ หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือดีกว่าคาด เฟดอาจเดินหน้านโยบายการเงินเข้มงวด ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำให้มีจังหวะย่อตัว ถือเป็นโอกาสในการรอสะสม แต่กรณีตัวเลขต่ำกว่าคาดจะยิ่งลดแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ต่อ

สำหรับกลยุทธ์ แนะนำ "รอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ" พร้อมหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาปรับขึ้นแรง เนื่องจากราคาทองคำเพิ่งทะลุกรอบ Sideway ทำให้การเคลื่อนไหวระยะสั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความผันผวนสูง โดยประเมินแนวรับสำคัญที่ 4,160-4,120 เหรียญ หรือทองคำไทยประมาณ 64,800-64,500 บาท ซึ่งเป็นโซนที่ราคามีโอกาสย่อตัวกลับลงมารีเทสต์หลังเบรกกรอบขึ้น
ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,330-4,365 หรือประมาณ 67,300-67,800 บาท หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือแนวรับได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากหลุด 4,120 เหรียญ ควรชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินแนวรับถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้น
******************************
เสียงสะท้อนของการลงทุน INVESTMENT JOURNAL



