นางสาวลักษมี เลิศศุภกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสนับสนุนธุรกิจ บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD เปิดเผยว่า จากการที่ประเมินว่า การขยายตัวของธุรกิจ Data Center, Cloud Infrastructure และ AI Ecosystem จะส่งผลโดยตรงต่อความต้องการงานระบบวิศวกรรมที่มีมาตรฐานสูง ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบสื่อสาร ระบบสำรองพลังงาน และระบบบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอาคารยุคใหม่และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

                "ทิศทางอุตสาหกรรมวิศวกรรมระบบประกอบอาคารมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกระแสการลงทุนด้าน Digital Infrastructure และเทคโนโลยี AI ของผู้ประกอบการระดับโลกที่เริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนของ TikTok และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีที่มีมูลค่ารวมระดับเฉียด 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค”

                ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว FLOYD คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวและการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในระยะต่อไป เนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านงานระบบประกอบอาคาร และได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสบการณ์และผลงานในโครงการ Data Center มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพในการรองรับงานโครงการที่มีความซับซ้อนและต้องการมาตรฐานวิศวกรรมระดับสูง

                ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจไปยังกลุ่มโรงแรม ศูนย์การค้า และอาคารเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นโครงการอาคารยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพด้านพลังงาน เทคโนโลยีอัจฉริยะ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม

                นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาองค์กรผ่านแผน JUMP+ เพื่อยกระดับศักยภาพด้านบุคลากร เทคโนโลยี และการบริหารจัดการโครงการ รองรับโอกาสจากเมกะเทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมอาคารอัจฉริยะและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีในอนาคต โดยเชื่อว่า การลงทุนของผู้ประกอบการเทคโนโลยีระดับโลกในประเทศไทย ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และภาคการท่องเที่ยว จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมวิศวกรรมระบบประกอบอาคาร และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและมีประสบการณ์เฉพาะทางในระยะยาว

                "FLOYD เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พร้อมเดินหน้าแผนเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ พิชิตเป้าหมายระยะ 3 ปี (2569-71) ด้วย 3 Strategic Roadmap อย่างเป็นระบบ พุ่งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 10%-20% ต่อปี พร้อมเดินหน้าธุรกิจยกระดับมาตรฐานวิศวกรรม ให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน"

*********************************