นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยว่า ทิศทางอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลัง ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่จะเป็นการเติบโตในรูปแบบ Selective Spending โดยผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่พร้อมจะซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงเห็นผลจริง และคุ้มค่าอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มความงาม (Beauty), การดูแลสุขภาพ (Health) และสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (Pet Care) ซึ่งถือเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพการเติบโตโดดเด่นและมีดีมานด์รองรับสูง
"พอร์ตโฟลิโอของ 88TH ในปัจจุบัน มุ่งเน้นกลุ่มสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีอัตราการซื้อซ้ำสูง ซึ่งเปรียบเสมือนเกราะคุ้มกัน” ให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยทั่วไป ประกอบกับกระแสความนิยมที่ผู้บริโภคหันมาเชื่อมั่นและเลือกซื้อแบรนด์ไทยที่มีมาตรฐานระดับสากลมากขึ้น ทำให้ 88TH มีความพร้อมสูงในการเข้าถึงและครองใจผู้บริโภคยุคใหม่"
นอกจากปัจจัยหนุนด้านพฤติกรรมผู้บริโภคแล้ว 88TH ยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนในการเติมเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศให้ฟื้นตัว โดยสินค้าของ 88TH ครอบคลุมหลากหลายระดับราคา และตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง ทำให้เข้าถึงทุกกลุ่มกำลังซื้อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดันยอดขายช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตอย่างโดดเด่น
สำหรับทิศทางธุรกิจในครึ่งปีหลัง บริษัทพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการกระจายความเสี่ยง ควบคู่กับการดึงศักยภาพของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Haircare, Skincare และ Cosmetics ออกมาอย่างเต็มสูบ ผ่านการขับเคลื่อนช่องทาง Social Commerce และ Live Commerce ซึ่งเป็นจุดแข็งหลักในการสร้าง Engagement และขยายฐานผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน 88TH ยังมีแผนเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำแคมเปญร่วมกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อขยาย Market Share และเร่งอัตราการเติบโตของยอดขาย รวมทั้งเร่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ต Haircare ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ Flagship ของ 88 TH หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว LYO MY COLOR SHAMPOO ที่ตอบโจทย์เทรนด์ DIY Haircare และสร้างฐานลูกค้าใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ LYO MY LUMI HAIR OIL ซึ่งชูจุดเด่นบำรุงผมเงางาม ลดผมชี้ฟู เจาะกลุ่มผู้ใช้จริงในชีวิตประจำวัน และเชื่อว่าจะเป็น Hero Product ตัวใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มยอดขายและหนุนพอร์ต Haircare ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ 88TH พร้อมเดินหน้าขยายตลาดสู่ประเทศจีน และกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง โดยที่ผ่านมาได้ผนึกกำลังพันธมิตรวางโครงสร้างพื้นฐานและระบบแพลตฟอร์มการจำหน่ายอย่างรัดกุม เพื่อรองรับการรุกตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป โดยบริษัทชูกลยุทธ์ Digital-First เต็มรูปแบบ ลุยเจาะตลาดผ่าน E-Commerce, Social Commerce และ Live Commerce โดยโปรโมทผ่าน KOLs ของจีน เพื่อสร้าง Brand Awareness ในวงกว้าง โดยเน้นย้ำจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้ามาตรฐานสูง และชูเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์ไทยที่โดดเด่น เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด
ด้านแผนการดำเนินงาน 88TH ได้แตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ซึ่งเป็น New S-Curve สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ วิจัยและพัฒนาสินค้า(R&D) รวมถึงการวางระบบการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างแบรนด์ การทำตลาดที่แม่นยำในกลุ่มความงาม การดูแลสุขภาพ และการพัฒนานวัตกรรม มาต่อยอดสู่ธุรกิจ Pet Food เพื่อให้เกิดความสำเร็จเช่นเดียวกันกับที่ผ่านมา
"88TH เราเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการเร่งเครื่องสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพราะเป้าหมายของเราคือ การนำนวัตกรรม แบรนด์ของตนเอง และศักยภาพองค์กร ผลักดันให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีโลก"
**************************
เสียงสะท้อนของการลงทุน INVESTMENT JOURNAL



